Screenshot_1

ข้อดีของการสร้าง Content ขึ้นมาใหม่นั่นคือการสร้างประสบการณ์กับแบรนด์ที่แตกต่างจากที่อื่น ซึ่งคุณสามารถแนะนำมุมมองของแบรนด์ ข้อคิดเห็น คำแนะนำ หรือเรื่องตลกผสมกันออกมาในแบบที่แบรนด์ต้องการด้วยวิธี PEAC(peak) Content

แล้วอะไรคือ Peak Content?

Peak content คือ content ที่กระตุ้นให้ผู้รับสารเกิดการคิด “ฉันชอบมัน” “ฉันอยากแชร์มัน” “ฉันอยากให้เพื่อนๆของฉันได้อ่าน” “คอนเทนต์นี้มี value อะไรกับฉัน?” ดังนั้นยิ่งเราสามารถผลักดันให้ผู้รับสารเกิดกระบวนการคิดแบบนี้ได้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้ Earned Media มากขึ้นเท่านั้น

Top 5 แรกที่ Content Creators ต้องเน้นในปี 2016

41% – สร้าง Content ที่สร้าง Engagement ให้มากขึ้น เช่น GIF Animation

tumblr_m8i6rmeQDH1r49l3lo1_500

ซึ่งวิธีนี้อาจทำร่วมกับงานเขียนที่สร้าง Call-to-action ที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ เปิดวาร์ปให้ : เทคนิคในการสร้าง Call-to-action

51% – ทำความเข้าใจว่า Content แบบไหนที่ประสบความสำเร็จ และแบบไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น การทำ A/B testing หลายๆ Artworks ในแคมเปญเดียวกัน เพื่อทดสอบว่า Artworks ชุดไหนบ้างที่สร้าง CTR ได้สูงที่สุด เพื่อทุ่มงบประมาณโฆษณาลงไปที่ Artworks ที่ผู้บริโภคสนใจจริงๆ

57% – ค้นหาให้มากขึ้น ทางหนึ่งดี่สามารถทำได้ด้วยการลองตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการทำ Content ใหม่ ว่าวัตถุประสงค์ในการทำ Content ขึ้นมานั้นเพื่อต้องการตอบโจทย์เรื่องอะไร

65% – สร้าง Content ที่เป็นรูปภาพ

72% – การเป็นผู้เล่าเรื่องที่เก่ง การทำ Content ให้ประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือวิธีการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ

Screenshot_2

วิธีการหนึ่งที่นักเล่าเรื่องมักจะนำมาใช้ควบคู่ไปกับ Visual Content คือการใช้ Photo Album มาใช้เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเล่าเรื่อง ซึ่งเราสามารถพบเจอได้ตาม Fanpage ต่างๆในปัจจุบัน

แต่อะไรหละที่คุณจะทำให้ Content ของคุณได้ Engagement มากยิ่งขึ้น? ลองฝึกบูรณาการวิธี P.E.A.C. มาใช้ในการสร้าง Content Strategy ของคุณดู

1. “P”  Practical Value

หลีกเลี่ยงการสื่อสารเกี่ยวกับ promotion ของคุณที่มากเกินไป และเน้นที่สินค้าและการใช้ infographic ที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภค และตรงกับ insight ของพวกเขา เช่น บริษัทประกันต้องการนำเสนอแผนประกันชนิดใหม่ แทนที่จะเล่าเรื่องด้วยการขายแบบ Hard Sale ลองเปลี่ยนเป็นการเล่าเรื่องจาก testimonial หรือกลุ่มคนที่เคยทดลองใช้ แล้วนำเรื่องราวของพวกเขามาเล่า ให้เห็นถึงมุมมองของคนที่เคยใช้แล้วจริงๆ ว่ามันมีประโยชน์อะไรกับพวกเขาบ้าง เป็นต้น

2. “E” Entertaining

ผู้รับสารชอบแชร์สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกสนุก เพราะสิ่งเหล่านี้สร้าง Value ให้กับกลุ่มเพื่อนของพวกเขา และแสดงถึงรสนิยมที่ดีของตัวของพวกเขา

3. “A” Awe-Inspiring

Viral Content ส่วนมากนั้นใช้ “ความน่าเกรงขาม” ที่อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นที่นิยมของคนส่วนมาก โดยการแชร์ต่อเพื่อสร้างแรงบัลดาลใจอะไรบางอย่าง ที่จะต้องทำให้ผู้รับสารต้องร้อง WOW! เช่นโฆษณาหลายๆ ตัวของไทยประกันชีวิต ที่เน้นเรื่อง Drama ในการสร้าง Branding เมื่อผู้รับสารเกิดแรงบัลดาลใจจากหนังที่ออกมา พวกเขาก็แชร์ต่อจนทำให้โฆษณาของไทยประกันถูกพูดถึงออกไปเป็นวงกว้าง

4. “C” Credible

คุณอาจจะเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี แต่ถ้า Content ที่คุณสร้างขึ้นขาดความน่าเชื่อถือ สิ่งที่คุณทำอาจเกิดความเสี่ยงให้กับแบรนด์ของคุณได้ ดังนั้นความน่าเชื่อถือคือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ผู้รับสารแชร์เรื่องของคุณเหล่านั้นต่อ หรือประนาม Content ที่คุณสร้างขึ้นมา ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Dtac ที่ออกโปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือ “มือถืออะไรก็ได้มาแลก iphone 6”  โดยทำเป็นหนังโฆษณาออกมาในโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารย์ถึง “ใครไม่ใช้ iphone เป็นเรื่องน่าอาย?” จน Dtac ต้องถอดหนังโฆษณาออก

และนี่คือ P.E.A.C. ที่ใช้ในการสร้าง Content Marketing เราไปดู infographic กันดีกว่า

#unlock

Create-PEAC-content

Advertisements